ข้อควรทราบในการเดินทางไปบราซิล


ข้อมูลทั่วไป

                   สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล (Federative Republic of Brazil) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก แบ่งเป็น 26 รัฐ (State) กับ 1 เขตนครหลวง (Federal District -DF) เมืองหลวงคือ กรุงบราซิเลีย (Brasilia–DF) อยู่ตอนกลางของประเทศ มีประชากรประมาณ 190 ล้านคน ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศบราซิลควรมีจุดหมายว่า จะเดินทางไปส่วนใดของประเทศ เนื่องจากแต่ละรัฐมีขนาดใหญ่และแต่ละเมืองอยู่ห่างไกลต้องเดินทางโดยเครื่องบินจึงจะสะดวก เมืองที่สำคัญ ๆ ได้แก่ (1) กรุงบราซิเลีย เมืองหลวงและเป็นศูนย์ราชการ เป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลางและกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ  (2) นครเซา เปาโล เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ (3) นครริโอ เด จาเนโรเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นต้น


สภาพภูมิอากาศ

                        อากาศร้อนชื้นเกือบทั้งประเทศ ยกเว้นทางตอนใต้อากาศเย็น มีฤดูหนาวระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฏาคม พื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำอเมซอน และชายฝั่งมหาสมุทรมีความชื้นสูง มีฤดูฝนระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม  เวลาช้ากว่าเวลาไทยประมาณ 9 – 10 ชั่วโมง (จะเปลี่ยนเวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคมไปจนถึงวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี)


ภาษา

                         ภาษาราชการคือ โปรตุเกส  และเป็นภาษาที่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ในชีวิตประจำวัน 

การสื่อสารกับชาวบราซิลด้วยภาษาอังกฤษเป็นไปด้วยความยากลำบาก


หน่วยเงินตรา

                        - หน่วยเงินที่ใช้คือ เฮอัล REAL (R$) (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ

ประมาณ 1.70 เฮอัล) นักท่องเที่ยวสามารถนำเงินดอลลาร์สหรัฐติดตัวเข้าไปได้ และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินเฮอัลได้ที่โรงแรม ธนาคาร หรือร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตรา  การใช้บัตรเครดิตเป็นที่ยอมรับสำหรับในโรงแรม และห้างร้านขนาดใหญ่ทั่วไป

                        - นักท่องเที่ยวสามารถนำเงินสด หรือ traveler’s cheque ติดตัวได้ไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าเกิน 10,000 เฮอัลจะต้องแจ้ง (declare) เงินจำนวนที่นำเข้ามาที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง


การแต่งกาย

                         ประชาชนชาวบราซิลนิยมแต่งกายลำลอง เว้นสถานที่ราชการและและในสำนักงานธุรกิจผู้ชายจะสวมสูทเป็นส่วนใหญ่ สำหรับสตรีจะสวมสูทกระโปรงหรือกางเกง


ศาสนา วัฒนธรรม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่เป็นที่เคารพของคนท้องถิ่น

                         ประชาชนบราซิลส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คือโบสถ์   ซึ่งไม่มีข้อห้ามสำหรับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปเยี่ยมชมหรือร่วมพิธีกรรมทางศาสนา


อาหารและข้อควรระวังด้านสาธารณสุข

                        - อาหารที่นิยมของชาวบราซิลคือ บาร์บีคิว (ปิ้ง ย่าง ) เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว หมู ไก่ เป็นต้น รับประทานกับผักชนิดต่าง ๆ    ผักผลไม้ส่วนใหญ่เป็นชนิดเดียวกันกับที่มีในประเทศไทย  

                        - นักท่องเที่ยวควรรับประทานอาหารในร้านอาหารหรือภัตตาคาร หรือโรงแรม จะปลอดภัยกว่าอาหารที่ขายตามท้องถนน ควรดื่มน้ำที่บรรจุขวด ไม่ควรดื่มน้ำจากก๊อกน้ำโดยตรงหากไม่มีเครื่องกรองน้ำ


การสนทนาและปฎิบัติตัวเมื่อพบกับคนท้องถิ่น

                        - ชาวบราซิลโดยทั่วไปมีอัธยาศัยดี  มีความเป็นกันเองและสนุกสนาน ให้ความช่วยเหลือกับ    คนต่างชาติดีและหากพูดภาษาโปรตุเกสได้ก็จะช่วยสร้างความคุ้นเคยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น  ชาวบราซิลไม่ค่อยตรงต่อเวลาดังนั้นการผิดเวลานัดมักถือเป็นเรื่องปกติ

                         - ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางติดต่อนัดหมายกับชาวบราซิลช่วงที่มีการจัดงาน Carnival

ช่วงประมาณเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ เนื่องจาก สถานที่ราชการ ร้านค้า ปิดทำการ และหยุดติดต่อกันหลายวัน และเป็นช่วงที่ชาวบราซิลลาพักผ่อนและเดินทางท่องเที่ยว  ซึ่งในระยะเวลาเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศแทบทุกมุมโลกเข้ามาเที่ยวชมงาน Carnival ในบราซิล ทำให้ค่าเช่าโรงแรมที่พักมีราคาสูงขึ้นกว่าปกติ


การเข้าเมือง  

                        -   ผู้ที่ประสงค์ที่จะเดินทางไปประเทศบราซิลต้องฉีดยาป้องกันไข้เหลือง (Yellow Fever) เนื่องจากบราซิลยังเป็นเขตระบาดของไข้เหลือง โดยสามารถติดต่อแพทย์ได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข หรือสภากาชาดไทย พร้อมทั้งนำหลักฐานการฉีดวัคซีนดังกล่าวแนบมาพร้อมกับหนังสือเดินทางทุกครั้ง

                         -  ประเทศไทยและประเทศบราซิลมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) ระหว่างกัน บุคคลสัญชาติไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศบราซิลเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา และจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศบราซิลได้ไม่เกิน 90 วัน และเนื่องจากมีชาวไทยเดินทางไปประเทศบราซิลไม่บ่อยนัก จึงทำให้เจ้าหน้าที่ที่สนามบินต่าง ๆ และ/หรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมักจะไม่แน่ใจว่า ทั้งสองประเทศมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างกัน จึงขอแนะนำให้ท่านนำสำเนาความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราฉบับภาษาอังกฤษและภาษาโปรตุเกสติดตัวไปด้วยเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่หากมีการร้องขอโดยสามารถหาได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.t.h

                        - ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาศึกษา หรือทำงานควรต้องติดต่อขอรับการตรวจลงตราจาก สอท.บราซิลประจำกรุงเทพ ฯ ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ก่อนการเดินทางเข้ามายังบราซิล

 

การสื่อสาร

Internet  ใช้ Domain name ที่ลงท้ายด้วย .br  และรหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศของบราซิลคือ + 55

ปัญหายาเสพติด

                         หญิงไทยส่วนหนึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขนยาเสพติด ซึ่งขณะนี้ มีหญิงไทยถูกคุมขังด้วยข้อหาลักลอบขนยาเสพติดไปประเทศไทยที่นครเซาเปาโลจำนวน 20 คน ดังนั้น ก่อนเดินทางไปบราซิล โปรดตรวจสอบและระวังอย่าตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติด

 

การเตรียมพร้อมเรื่องเอกสารสำคัญประจำตัว

                        ก่อนเดินทางให้ทำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาหนังสือเดินทาง รวมทั้ง ที่อยู่และโทรศัพท์ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลของไทยในบราซิลแยกเก็บไว้ต่างหาก 1 ชุด ซึ่งจะสามารถช่วยท่านได้ในกรณีต่าง ๆ ดังนี้
                       กรณีหนังสือเดินทางหายในต่างประเทศ แจ้งความกับตำรวจ ขอหลักฐานการแจ้งความ และแจ้งสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลเพื่อขอออกหนังสือเดินทางชั่วคราวโดยแสดงหลักฐานต่าง ๆ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหนังสือเดินทางเล่มที่สูญหายไป รูปถ่าย ขนาด 2.5 x 2.5 ซม. จำนวน 4 รูป ค่าธรรมเนียม12 เฮอัล

                        กรณีถูกขโมยเงินหรือบัตรเครดิต  แจ้งความกับตำรวจและแจ้งสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล เพื่อขอรับความช่วยเหลือ โดยสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล อาจดำเนินการ ดังนี้
                       กรณีที่มีญาตินำเงินไปฝากไว้ให้ที่กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. โทร. 02-575 1047 – 51 สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลจะทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ตามจำนวนที่ญาติมอบเงินไว้ให้ 
                      กรณีที่ไม่มีเงินและไม่มีญาตินำเงินไปฝากไว้ให้ที่กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. โทร. 02-575 1047 – 51  สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลจะช่วยทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นให้ โดยบุคคลดังกล่าวต้องลงชื่อในสัญญารับสภาพหนี้และสัญญาชดใช้หนี้คืน ไว้กับสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล และหากยังมีหนังสือเดินทางอยู่สถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลจะขอและส่งไปเก็บรักษาไว้ที่กองคุ้มครอง ฯ โดยเจ้าหน้าที่จะออกเอกสารเดินทางคือ Certificate of Identity (C.I.) ให้แทนหนังสือเดินทาง และบุคคลดังกล่าวสามารถไปติดต่อขอรับคืน เมื่อชดใช้หนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดครบถ้วนแล้ว หากยังไม่มีเงินใช้หนี้จะไม่สามารถขอหรือใช้หนังสือเดินทางเพื่อเดินทางออกไปต่างประเทศได้ 


ข้อแนะนำ

-         สอบถามโรงแรมเรื่องความปลอดภัยของสถานที่ที่ต้องการจะไปท่องเที่ยว

-         เก็บสิ่งของมีค่า รวมทั้งเครื่องประดับ หนังสือเดินทางและเงินไว้ในตู้เซฟของโรงแรม

-         มีเพื่อนในการเดินทาง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน

-         ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ หากจำเป็นหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน

-         นำสิ่งของติดตัวเท่าที่จำเป็นหากจะไปเดินชายหาด/ออกข้างนอกที่พัก

-         ปฏิบัติตนเหมือนเป็นนักเดินทางที่มีประสบการณ์  ไม่ให้เหมือนว่าเป็นนักท่องเที่ยว

-         วางกระเป๋าเดินทางและสิ่งของมีค่าอื่น ๆ ไว้ในที่ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถหยิบฉวยไปได้และอยู่ในสายตาตลอดเวลา

ข้อที่ไม่ควรกระทำ                                                      

-         เก็บสิ่งของมีค่าไว้ในกระเป๋าหลัง หรือนอกกระเป๋าเสื้อ หรือนอกกระเป๋าถือ

-         แต่งกายด้วยเครื่องประดับเพชรพลอย หรือสิ่งของที่มีราคาแพง เช่น แว่นตานาฬิกายี่ห้อที่มีชื่อเสียง เดินในท้องถนน

-         เดินทางไปในที่ ๆ ไม่คุ้นเคย หรือไปในพื้นที่ที่เสี่ยงอันตรายเพียงลำพัง

-         นำเงินออกมาแสดงให้คนเห็นอย่างเปิดเผย เมื่อจับจ่ายซื้อของ

-         วางสิ่งของไว้โดยไม่เอาใจใส่ดูแล

-         คิดว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับตน

-         เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย

-         นำกล้องถ่ายรูปและสิ่งของอื่น ๆ ใส่ไว้ในกระเป๋ากล้องถ่ายรูป หรือแขวนไว้ที่คอ

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ การท่องเที่ยวบราซิล ที่ www.braziltourism.org